ค้นหา ค้นหา

ข่าวสาร

by Hisense Thailand Team on
2026 May 21

เลเซอร์ทีวี ‘ไฮเซนส์’ รุกสู่ห้องรับรองรองนายกฯ ติมอร์-เลสเต สะท้อนความสำเร็จแบรนด์จีนบนเวทีโลก

 

ดิลี, ติมอร์-เลสเต — เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายเจีย เซ่าเฉียน (Jia Shaoqian) ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท ไฮเซนส์ (Hisense Group) และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ ณ กรุงดิลี เมืองหลวงของติมอร์-เลสเต โดยมี นายฟรานซิสโก คาลบูอาดี เลย์ (Francisco Kalbuadi Lay) รองนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต และนายเจีย เซ่าเฉียน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี และในวันเดียวกันนั้น ประธานกรรมการไฮเซนส์ได้มอบ "ไฮเซนส์ เลเซอร์ทีวี" (Hisense Laser TV) รุ่น L9Q ให้แก่รองนายกรัฐมนตรีฟรานซิสโก คาลบูอาดี เลย์ เป็นของที่ระลึกอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ กลุ่มบริษัท ไฮเซนส์ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับสถาบันการลงทุนแห่งชาติอินโดนีเซีย (BPI Danantara) เพื่อจัดตั้งพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ การที่ทั้งอินโดนีเซียและติมอร์-เลสเตต่างทยอยเลือกไฮเซนส์เป็นพันธมิตรสำคัญในการดำเนินยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับอย่างสูงต่อไฮเซนส์ ทั้งในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี การจัดวางโครงสร้างอุตสาหกรรม ปรัชญาของแบรนด์ และกลยุทธ์การดำเนินงานระยะยาว พร้อมทั้งเป็นตัวเร่งให้ไฮเซนส์รุกขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มสูบ

การนำ ไฮเซนส์ เลเซอร์ทีวี รุ่น L9Q เข้าไปติดตั้งในห้องรับรองของรองนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต ไม่เพียงแต่เป็นภาพสะท้อนที่เด่นชัดถึงความร่วมมืออันดีระหว่างทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของไฮเซนส์ เลเซอร์ทีวี ในฐานะตัวแทนขององค์กรจีนที่กำลังก้าวสู่ระดับสากล และแสดงให้โลกเห็นถึงขีดความสามารถด้านนวัตกรรมขั้นสูงของแบรนด์จีน ทั้งนี้ ไฮเซนส์คือผู้บุกเบิกการพัฒนาเทคโนโลยีการแสดงผลแบบสามสี (TriChroma) และเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลหลักในอุตสาหกรรมจอภาพเลเซอร์ TriChroma โดยปัจจุบันไฮเซนส์ได้ยื่นจดสิทธิบัตรด้านจอภาพเลเซอร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้วเกือบ 3,000 ฉบับ ซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก สำหรับรุ่น L9Q ถือเป็นเลเซอร์ทีวีสำหรับโฮมเธียเตอร์เพียงรุ่นเดียวในอุตสาหกรรม ณ ขณะนี้ ที่ได้มาตรฐาน "ระดับโรงภาพยนตร์" (Cinema-Grade) ด้วยจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ด้านเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากโรงภาพยนตร์ขั้นนำ และจอภาพขนาดใหญ่ที่ถนอมสายตา ทำให้ผลิตภัณฑ์รุ่นนี้กลายเป็นที่สุดแห่งประสบการณ์การรับชมความบันเทิงบนจอภาพยักษ์ภายในบ้าน

ปัจจุบัน ตลาดอาเซียนได้กลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคหลักที่เติบโตเร็วที่สุดและมีพลวัตสูงสุดในโครงสร้างธุรกิจระดับโลกของไฮเซนส์ พร้อมสร้างผลงานยอดขายอันโดดเด่น โดยในปี 2025 ยอดขายผลิตภัณฑ์เลเซอร์ของไฮเซนส์ในภูมิภาคอาเซียนมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบเป็นรายปี (YoY) สูงกว่า 280% และก้าวขึ้นสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ที่มียอดขายสูงสุดในช่องทางหลักของหลายประเทศ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามจากพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ใช้งานในอาเซียน ทั้งในเรื่องการแสดงผลสีที่สมจริงแม่นยำและการรองรับการใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ

จากข้อมูลของ Omdia สถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก ระบุว่า ไฮเซนส์ เลเซอร์ทีวี ครองส่วนแบ่งการจัดส่งสินค้าทั่วโลกสูงถึง 70.3% ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 7 และในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 (FIFA World Cup 2026) ณ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก กำลังใกล้เข้ามา ไฮเซนส์ เลเซอร์ทีวี ในฐานะ "ทีวีที่ออกแบบมาเพื่อการรับชมฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ" (World Cup Customized TV) คาดว่าจะช่วยปลดล็อกศักยภาพการเติบโตในตลาดโลกให้สูงขึ้นไปอีกขั้น พร้อมส่งมอบประสบการณ์การรับชมที่เหนือระดับให้แก่ห้องนั่งเล่นของผู้คนทั่วโลก